ยุโรป...โรแมนติก..April 2009

โพสต์เมื่อ วันพฤหัสบดี ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 11:19 | เข้าชม 1,932 ครั้ง


ยุโรป...โรแมนติก..(3 - 16 April 2009)

 

3/04/2009 เราก็เจอกันที่สนามบินสุวรรณ กลุ่มใหญ่มาก จากที่รวบรวมกัน 8 คน สรุปเหลือ 3 คนค่ะ เพราะทุกคนมีภาระ ที่ไปไม่ได้ เลยเหลือ 3 คน ก็ดีค่ะ สุภาษิต 3 คนกลับบ้านสบาย ออกจากสุวรรณภูมิ เวลา 20.30 น แล้วไปต่อเครื่องที่ Doha ถึง Frankfurt เวลาประมาณ 06.50 น. เวลาในประเทศไทย ประมาณ 13.50 น จ้า ใช้เวลาต่อเครื่องประมาณ 1.45 นาที

 

 

04/04/2009 08.00 น. ขึ้นรถไฟที่สนามบิน นานาชาติ แฟรงเฟิร์ต ไป Rothenburg ob der tauber โดยต้องต่อ รถไฟ 2 ต่อ ที่Wurzburg Hbf และที่ Steinach ไปลงที่ Rothenburg ชนิด ของรถไป คือ ICE โดยใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 3.00 ช.ม ในราคา 45 ยูโร รถไฟออก 8.00 น. ถึง 11.00 น เราพักที่เมืองนี้ 2 คืน Rothenburg เป็นเมืองเล็กน่ารักมาก

 

 

Rothenburg ob der tauber เป็นเมืองเล็ก ๆ น่ารักมากค่ะเราใช้เวลาในการเดินเล่นเพื่อซึมซับบรรยากาศ 2 วันเต็มค่ะให้สมกับที่ รอคอยมานานมาก สำหรับเมืองนี้ค่า ทุกอย่างในเมืองนี้ยังคงสภาพเมืองในสมัยยุคกลางไว้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะตั้งแต่ Market Plazt , City Councilors Tavem, Historical vaults, Teddy Land , St.Jacob's Church เราเดินเรื่องและขึ้นกำแพงเมืองเพื่อเดินชมความงามของเมืองโดยรอบ ทุกอย่างสวยมาก ด้านรอบนอกกำแพงจะมีสวน ร่มรื่นมาก ค่ะ 2 วันที่พัก เราเดิน และ ก็เดินค่ะ ที่เมืองนี้ เราทำหมวกไหมพรมหายค่ะ สงสัยคงต้องกลับไปหาหมวกคืนอีกมั้ง

 

 

06/04/209 เราออกเดินทางสู่เมือง Bamberg โดยรถไฟ จากสถานี Rothenberg รถไฟออกเวลา 09.06 ใช้เวลาเดินทาง 2.30 ชม. ต้องต่อรถไฟ 2 ต่อ ค่ะ ชนิด Regionalbahn และ Regionalexpress ต่อที่ Steinach และ Wurzburg Hbf. ราคา 27 ยูโร ถ้าซื้อ Bayern Ticket จะราคา 33 ยูโรใช้ได้ไม่เกิน 5 คน เราพักที่นี่ 1 คืนค่ะ โดยพักที่ Bamberg Backpack ที่พักอยู่ใกล้สถานีรถไฟ ค่ะสะดวกในการเดินทางต่อ เราเอากระเป๋าฝากไว้ในล๊อคเกอร์ที่สถานีรถไฟ เอาเฉพาะของที่จำเป็นใช้เท่านั้น ล๊อคเกอร์ฝากของราคา 3 ยูโร เราพักห้อง 2 เตียงต่อห้อง เจ้าของที่พัก ชื่อ Lilly ค่ะ

 

 

น่ารักมาก ที่พักไม่ได้อยู่ในเมือง เราใช้เวลาเดินเข้าเมืองเก่าประมาณ 15 นาที Bamberg เป็นเมืองที่มีแม่น้ำ เร็กนิทซ์(Regnitz) ไหลผ่านใจกลางเมือง เมืองนี้งดงาม และโรแมนติกคล้าย ๆ กับเมืองเวนิช ใน อิตาลี่ ตั้งอยู่ในเขตบาวาเรีย ของประเทศเยอรมัน ได้รับสมญาว่าเป็น Little Venice

 

 

7/04/2009 เราเดินทางจากเมือง Bamberg ในประเทศเยอรมัน เข้ามาที่ กรุงปราก โดยทางรถไฟ ชนิด Regionalexpress ในราคา 58 ยูโร รถไฟออกจากสถานี Bamberg เวลา 4.44 น. ถึง กรุงปราก เวลา 10.55 น. ใช้ระยะเวลา ประมาณ 6 ชม. เที่ยวนี้เราโชคดีมากค่ะ เจอคนไทยที่อยู่ในกรุงปราก เลยได้คุยกัน และถามถึงสถานที่ที่เราจะต้องเข้าไปพัก คุณนิด เธอเป็นคนอิสานมาทำงานที่กรุงปราก นิสัยดีมากเลยค่ะ หรือจะเป็นคนไทยด้วยกันนาน ๆ เจอคนไทยซะดีเราเลยดีใจกันใหญ่ เราเปิดแผนที่ให้เธอช่วยดู สรุปแล้วเธอก็เป็นคนพาเราไปหาที่พักให้โชคดี ที่เราไม่ด้องไปนั่งกางแผนที่แล้วตั้งหลักดูสายถนนว่าเราจะไปทางไหน เราพักที่นี่ 3 คืนค่ะ เมื่อเราเดินทางเข้าที่พักเรียบร้อย คุณนิดก็ขอตัวกลับเพราะเธอว่าจะต้องไปติดต่อธุระอีก พวกเราก็เลยชวนเธอไปทานอาหารกลางวันเพื่อเป็นการขอบคุณที่เธอมีน้ำใจกับเรา แล้วเราก็แยกทางกันไป พวกเราก็เลยต้องเอาแผนที่ออกมากางตามแพลนที่เราต้องการจะไป คือ ปราสาท Troja Chateau ตอนนี้ทั้งภาษาพูด และ ภาษามือ และ ภาษาเขียน รวมกันใช้ให้วุ่นไปหมด เพราะคนที่นี่ส่วนใช้ภาษาเชคกันค่ะ ดีที่เราหาข้อมูลมาจากเมืองไทยบ้างแล้วว่าจะไปรถสายอะไร อยู่ที่นี่เราใช้รถไฟใต้ดิน และรถรางสะดวกมากค่ะ ต้องขอบคุณน้องโบว์ เธอช่วยหาข้อมูลในการเที่ยว ได้ละเอียดมากเลยค่ะ

 

ปราสาท Troja Chateau สวยงามมากค่ะ อาคารและรูปแบบได้รับอิทธิพลมาจากโรมันบันไดทางขึ้นปราสาทตกแต่งด้วยรูปปั้นเทพเจ้า ต่าง ๆ ในตำนานกรีก ออกแบบโดยสถาปนิคชื่อดัง J.B Mathey (มาจากหนังสือ Unseen Castces) ด้านในเป็นภาพเขียนสีเฟรสโกเต็มทั้งกำแพและเพดาน (ด้านในห้ามถ่ายภาพ) ด้านนอกปราสาทเป็นสวนตกแต่งได้สวยงามและลงตัวมาก เราเดินเก็บภาพและชื่นชมความงามพอสมควรจีงกลับเขามา Old Town Square ค่ะ

 

 

กรุงปรากเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งของโลกเราได้เดินชมทุกอย่างตามหนังสือและแพลนที่เราเตรียมมา งดงามด้วยสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะเป็นโรมาเนสก์ (Romanesque) โกธิก (Gothic) บารอก (Baroque)

ย่านมาลาสตรานา (Mala Strana ) ปราสาทปราก (Prague Castle) โบสถ์เซนต์นิโคสัส (St.Nicholas Church) สพานชาร์ลส์ (Charles Bridge) ย่านเมืองเก่า (Old Town) จัตรัสเมืองเก่า (Old Town Square) โบสถ์ทีน (Tyn Cathedral) เขตเมืองใหม่ (New Town) จัตุรัสเวนเซลาส ( Wenceslas Square) พิพิธภัณฑ์ (Museum)

เราเดินกันในกรุงปราก ชมความสวยงาม ความใหญ่โต อลังการงานสร้างจริง ๆๆๆ ทุกอย่างสวยงามมาก ๆๆๆ กล้องที่ถ่ายรูปทำงานหนักมาก ยามค่ำคืนในเวลา 3 คืน ที่เราพักอยากบอกเหลือเกินว่า มันโรแมนติกมาก ๆๆๆๆ มันเป็นความทรงจำที่ดีจริง ๆๆ คิดว่าถ้ามีโอกาสคงจะได้กลับมาอีกรอบจ้า (กระซิบ..บอกอีกนิด ถึงเดินเดี่ยวก็ไม่เปลี่ยวใจค่ะ ..รับรอง)

 

 

10/04/2009 เราออกจากที่พักในปราก ประมาณ 05.30 น เพี่อที่จะเดินทางไป Cesky Krumlov โดยมาขึ้นรถไฟใต้ดินซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักนัก ระหว่างการเดินที่จะมาสถานีรถไฟ น้องโบว์ได้ทำถุงมือล่วง หาย มารู้สึกอีกทีก็เกือบจะถึงสถานีรถไฟ เราคิดว่าจะเดินย้อนกลับไปดูว่าล่วงที่ไหน แต่พอหันกลับ ไปเห็น คนชาวเช็คกลุ่มหนึ่งเดินสวนมา เสียงดังเรารู้แล้วคงจะเมากันมา เลยตัดสินใจไม่ย้อนกลับไปดีกว่า (แหมน้องโบว์จ้า อยากจะอ่อยก็อ่อยผิดที่แล้วจ้า.....) เรา 3 คน เลยตัดสินใจเดินหน้าต่อ ไม่เสียดายแล้วจ้าถุงมือ.......

 

เราขึ้นรถไฟ สาย A มาลงที่สถานี Mustek แล้วต่อรถไฟ สาย B มาลงที่สถานี Andel ก็ถึงสถานี รถบัส ของ Student Agency ซึ่งเป็นรถบัสที่เราจะนั่งไป Krumlov และที่สถานีนี้ น้องโบว์ได้พบหนุ่มเช็ค หล่อ....มากกก....แทบจะกรี๊ด...ถูกใจซะไม่มี แต่ขอโทษเค้าไม่สนเราหรอกค่ะ ..... เราก็เลยบอกน้องโบว์ ถุงมืออีกข้างที่เหลือทำหล่นไปเลยยย......แต่เธอไม่กล้าพอจ้า ผู้หญิงไทยยังไงก็ต้องมีศักดิ์ศรีใช่ไหมจ๊ะ ( ก็เก็บความหล่อไว้เป็นอาหารตา อาหารใจต่อไปแล้วกันนะจ๊ะน้องจ้า....)

 

รถบัสออกเวลา 07.00 น. ถึง คลุมลอฟ ประมาณ 10.45 น. ค่ารถ 200 CZK (เงินคราวน์)บนรถมีกาแฟร้อน บริการด้วยนะค๊ะ (ขอบอกว่าห้ามพลาดอร่อยมากกกก...) เราจองตั๋วผ่านทาง อีเมล์ ที่กรุงเทพฯ ค่ะ เวลาขี้นรถเราก็มีที่นั่ง...จิบกาแฟร้อน ชมวิวสองข้างทาง โอ้.... พระเจ้าจอด์ร...มันสุดยอดจริง....

 

เมื่อถึงสถานีที่ Krumlov เราเตรียมกางแผนที่เพื่อที่จะหาที่พักที่จองไว้ ที่พักเป็นห้องพักรวม 6 คน ห้องน้ำในตัว มี 2 ห้อง สะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ จะแยกพักหญิง กับ ชาย มีห้องครัวในเราทำอาหารทานเองได้ จะออกสไตล์คันทรี่ นิดหน่อย น่ารักมาก ถูกใจจริงๆๆ

เมื่อเสร็จสิ้นจากการเก็บของ เราก็เตรียมตัวออกลุย...ในการเดินเที่ยว เราพักที่นี้ 2 คืน เจ้าของที่พักอัธยาศัยดีมาก ทั้ง สามี และ ภรรยา เลย...

 

 

Cesky Krumlov เมืองเล็ก ๆ สมแล้วที่ได้ชื่อว่า เป็น " ไข่มุกแห่งโบฮีเมีย " งามดั่งเทพนิยายจริง ๆๆ อยู่ท่ามกลางหุบเขาโอบล้อมด้วยแม่น้ำ วัลตาวา บ้านเรือนสีขาวสะอาดตา สมแล้วที่ได้รับสมญานาม " ไข่มุกแห่งโบฮีเมีย หรือ เมืองแห่งเทพนิยาย " ปราสาทต่าง ๆ ส่วนมากได้รับการอนุรักษ์ไว้แบบดังเดิม มีปราสาท เชคกี้ คลุมลอฟ ( Cesky Krumlov Palace) ขนาดใหญ่รองจากปราสาท ปราก เราได้เข้าไปชม ด้านในปราสาท มีห้องต่าง ๆ 40 ห้อง ลานปราสาท 5 แห่ง ห้องที่งดงามที่สุด คือห้อง มาสเกอเรด (Masguerade) เป็นห้องเต้นรำ ที่ตกแต่งด้วยภาพวาดบุคคลขนาดเท่าตัวจริง สวมหน้ากาก เข้าไปแล้วเหมือนได้อยู่ในงานจริง ๆๆ (แหมอยากให้เป็นจริงจังเลยจ้า อ้อ ภายในปราสาทห้ามถ่ายภาพ ) ได้แต่เก็บไว้ในความทรงจำ เราเดินแล้วเดิน ถ่ายภาพด้านนอกอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย... โอ ...ทำไมงามเหลือเกิน เดินกันจนถึง 19.00 น ก็แวะไปทานอาหาร กับ บรรยากาศ สไตล์ บาวาเรีย.... และตามด้วย ฮ็อทช็อกโกแลต อร่อยมากกกกก....จำชื่อร้านไม่ได้ อยู่แถวจัตตุรัส เมืองนี้ได้ขี้นทะเบียน Unesco ในปีคศ. 1992 เรา 3 คน เดินชมความงามของเมือง เหมือนเดินอยู่ในเทพนิยาย เมืองนี้ได้ใช้ถ่ายภาพยนตร์หลายเรื่องมาก แต่ที่จำได้เรื่อง เดอะซาว์ออฟมิวสิค เรื่องหนึ่งล่ะ ช่วงที่ไปมีนักท่องเที่ยวน้อย ทำให้เรามีความสุขมาก....แล้วเราก็กลับเข้าที่พักหลับเอาแรงไว้ออกลุยต่อวันพรุ่งนี้จ้า......

 

 

11/04/2009 วันนี้เราซื้อตั๋วเดินทางไป One day trip เพื่อที่ไป Castle Hluboka โดยเราจะไปรถตู้กันค่ะ เราได้ติดต่อจากทางเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว รถจะมารับเราที่พักเวลาประมาณ 8.30 น การเดินทางไปปราสาท Hluboka นั้นต้องผ่านเมืองเล็กๆๆ เงียบ และสงบ 2 เมืองค่ะ เมืองที่เราแวะเข้าไปชม คือ Rozmberk เราได้ชม ปราสาท Roz'mberk

 

 

เมือง Koruna เป็นเมืองหนึ่งที่เราแวะเข้าไปชมเป็นเมืองเล็ก ๆ น่ารัก มีนักท่องเที่ยวน้อย เราก็ชอบไปเลย เราเดินแบบสบาย ๆ พอดีวันนี้โบสถ์ประจำเมืองทำพิธีแต่งงาน เลยเข้าชมภายในไม่ได้ค่ะ สงสัยวันนี้เป็นวันดี นะ โบสถ์แทบทุกที่ จะจัดพิธีแต่งงานทั้งนั้นเลยค่ะ เจ้าบ่าวก็หล่อ เจ้าสาวก็สวยค่ะ แหมอิจฉา จัง....

 

 

และแล้วเราก็ได้เดินทางมาถึงปราสาท Hluboka ที่ได้ชื่อว่าเป็นปราสาทแห่งเจ้าหญิง ที่สาว ๆ เช็ค ใฝ่ฝัน อยากมาแต่งงานที่นี่ สวยงาม...มากเหลือเกิน เสียดายที่วันนี้มีพิธีแต่งงาน เลยไม่ได้เข้าไปชมภายในปราสาท ได้แต่เดินชมด้านนอกปราสาทค่ะ ตัวปราสาทนั้นสร้างสไตค์ Windsor แบบ นิโลโกธิค โรแมนติกมากค่ะ เฮ้อ....เห็นแล้วอยากเกิดเป็นเจ้าหญิงเหลือเกิน.... เสียดายเหลือเกินที่ไม่ได้เข้าชมภายใน....เราเดินชมกันภายนอกค่ะด้านหน้าเป็นสวน ต้นสน ร่มรื่นมากค่ะ พอได้เวลาเราก็เลยต้องกลับไปคลุมลอฟเข้าที่พักเพื่อเตรียมตัวเดินทางในวันรุ่งขึ้นค่ะ เฮ้อ....เสียดายจริง ๆๆ ......

 

12/04/2009 วันนี้เราตื่นแต่เช้า ขอเดินเข้าไปเก็บบรรยากาศรอบเมือง Krumlov ให้สมกับความงามหน่อย และเราก็กลับมาที่พัก และ เช็คเอาท์ เพื่อเตรียมตัวเดินทางไป Hallstatt ซึ่งอยู่ในประเทศออสเตรีย โดยนัดรถมารับ 9.00 น เป็นรถตู้ของ Sebastian ราคา 379 CZK เพื่อให้ไปส่งที่ Linz โดยต่อรถไฟที่นั่น ใช้เวลาเดินทางจากที่พักถึง Linz 1.30 ชมรถไฟออกจาก Linz เวลา 10.32 น. และต้องไปต่ออีก ขบวนที่ Attnang-Puchheim ใช้เวลาเดินทางข้ามประเทศ 2 ชม. ราคา 21.70 ยูโร รถไฟชนิด REX (Regional Express) ที่สถานี Hallstatt นั่งเรือข้ามฟาก อีก 2 ยูโรค่ะ พอขึ้นเรือเรากับน้องโบว์ก็เอาแผนที่ที่เราจะต้องไปพักออกมาดูเราเดินหาที่พักัน 2 คน โดยให้พี่แดงเป็นคนเฝ้ากระเป๋าสัมภาระค่ะ ที่พักของเราสุดยอดมากอยุ่ด้านบนมองเห็นได้ทุกมุมใน Hallstatt เลยค่ะ โอ...สุดยอด ประทับใจจริง ๆ เมื่อเราเช็คอินท์ เรียบร้อย เราออกมาเดินชมบรรยากาศกันค่ะ เราพักที่นี่ 2 คืนค่ะ

 

 

Hallstatt เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่สวยงามมาก อยู่ริมทะเลสาบ มองเห็นตั้งแต่อยู่ในเรือ มีความรุ้สึก งง...งง...มาก..ว่าทำไมธรรมชาติถึงได้สร้างได้ลงตัวจริง ๆ ทุกอย่างจัดสรรได้ลงตัวทำให้เรารู้สึกได้เลยว่า...หลงรักที่นี่เข้าให้แล้วค่ะ ภาพที่เห็นคือเทือกเขาที่โอบล้อมทะเลสาบสีเข้ม หมู่บ้านเชิงเขาริมทะเลสาบ เป็นความงามแบบสงบเงียบ รู้สึกประทับใจ..ให้ความรู้สึกเหมือนเราอยู่ในออ้มกอดแห่งขุนเขาที่แข็งแรงและอบอุ่น จริง ๆๆๆ มนต์เสน่ห์ยามค่ำคืนของหมู่บ้านนี้ช่างเย้ายวนใจให้เดินทอดน่องมองเห็น ภูเขาปกคลุมด้วยหิมะสีขาวเป็นเงา ทั้งหมู่บ้านเงียบสงบเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ไม่เหมือน บรรยากาศของเมืองใหญ่......บนยอดเนินสูงติดกับเทือกเขา เป็นที่ตั้งของโบสถ์ประจำหมู่บ้าน รอบ ๆ โบสถ์คือสุสานที่ประดับดอกไม้ และดวงไฟดวงเล็ก ๆ เรียงรางอยู่รอบโบสถ์ เป็นความรู้สึกที่แปลก เราไม่มีความรู้สึกที่กลัวเลย เวลาเดินผ่าน เฮ้อ....มันเหนือคำบรรยายจริง ๆ.......กล้องถ่ายรูปที่อยู่ในมือได้เริ่มทำงานหนักอีกครั้ง...

 

 

13/04/2009 วันนี้เรารีบตื่นกันแต่เช้า หลังจากทานอาหารเช้าในที่พักเสร็จ มีเวลาอีกหนึ่งวันเราก็ลงมาเดินเล่นรอบหมู่บ้าน เราเที่ยวจัตุรัสเล็กกลางเมือง เข้าไปในโบสถ์ประจำหมู่บ้าน ผู้คนเคลื่อนไหวอยู่ตามที่ต่าง ๆ ขายสินค้า ผลิตภัณฑ์เกลือ หินสี มีร้านขายชุดกันหนาว ที่นี่มีเหมืองเกลือที่เก่าแก่ที่สุดในโลกค่ะ (Salzweten) ถ้าจะไปต้องขึ้นกระเช้าไปค่ะอยู่บนหน้าผาสูงค่ะ มีถ้ำน้ำแข็ง (Dachstein Rieseneishohle) เสียดายมากเลยค่ะตอนที่ไปเค้าปิดเหมืองและถ้ำน้ำแข็ง ค่ะ เลยต้องนั่งกินแห้วกันไปก่อน เราเดินเล่นรอบหมู่บ้านอย่างไม่เบื่ออยู่หลายรอบ (กล้องในมือก็ทำหน้าที่อย่างไม่รู้จักเหนื่อย) ขอบอกไอศรีมที่นี่อร่อยมากค่ะ ถ้าใครมาห้ามพลาดนะค๊ะ อาหารที่นี่ที่ขึ้นชื่อและพลาดไม่ได้คือปลาทาว์น เนื้อทั้งสดและหวาน เสริฟ์พร้อม ฮ๊อทช๊อกโกแลต ค่ะ โอ....สุดยอด เรากลับเข้าที่พักประมาณเกือบ 2 ทุ่ม เตรียมตัวเพื่อพักผ่อนเอาแรง ในวันพรุ่งนี้เราตัดสินใจเดินทางต่อไปที่ St.Wolfgang

 

 

14/04/2009 วันนี้เราออกเดินทางแต่เช้า หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ โดยลากสัมภาระมาขึ้นรถบัส ที่สถานีจอดรถ เพื่อเดินทางไป St.Wolfgang ที่แรกคิดว่าจะไปทางรถไฟ แต่ถามเจ้าของที่พัก บอกมีรถบัสไปถึงเลย เราเลยเปลี่ยนแพลน โดยไปรถบัสแทน ไปต่อรถบัสอีกคัน ที่ Bad Ischl (Hallstatt - Bad Isschl-St.Wolfgang ) ค่ารถ 3.5 ยูโร

St.Wolfgang เป็นเมืองที่อยู่ริมทะเลสาบ เราลากกระเป๋าเข้าที่พัก Pension Menkens ชั้น 3 ค่ะอยู่บนเนินเขา ค่ะ วิวสวยอีกแล้ว... เมืองในฝัน..... แล้วเราก็ลงมาเดินเล่นในเมืองกัน บอกตรง ๆ ๆ ว่าอิจฉาคนที่นี้เหลือเกิน ธรรมชาติ สวย...จริง ๆๆ ที่นี่มีรถไฟไอน้ำขึ้นยอดเขา ( Schafberg ) แต่เราไม่ได้ขี้นกันค่ะ เพราะช่วงที่ไปนั้นเป็นวันหยุดค่ะ แห้วอีกแล้ว ไม่เป็นไรแค่ได้เดินชมทุ่งหญ้าเขียว ตามเนิน ชมบ้านที่อยู่อาศัยตามเนินเขาก็คุ้ม......

 

 

15/04/2009 วันนี้เรามีเวลาครึ่งวัน เตรียมเก็บสัมภาระทั้งหมดและฝากไว้ในที่พัก จับรถบัสไปเที่ยวที่ St.Gilgen กันค่ะ เส้นทางนี้มีเมืองสวย ๆๆ ทั้งนั้นเลย รักทุกเมืองเลยค่ะ เราได้ขึ้นกระเช้าไปบนยอดเขา ซึ่งมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอด บรรยากาศสุดยอดเลย...... เมืองนี้เป็นบ้านเกิด ของ Ann Maria Pertl แม่ของ Mozart เมื่อเราได้เดินเก็บภาพจนหนำใจ จึงมาที่ พักเพื่อเดินทางกลับมิวนิค โดยรถบัส จาก St.Wolfgang มาต่อรถไฟ ที่ Salzburg Hbf โดยซื้อตั๋วบาเยิร์น ราคาคนละ11 ยูโร รถไฟชนิด RB ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม เพื่อเข้ามาที่มิวนิค คืนนี้เราจะพักที่มิวนิค

 

 

16/04/2009 ออกจากที่พักเช้าขึ้นรถไฟที่สถานี Munche hauptbahnhof รถไฟ ออกเวลา 06.51 นาที ไป Fussen ...ใช้เวลาเดินทาง 2.30 นาที.....ไปชมปราสาท Neuschwanstein และ Hohenschwangau....การชึ้นชมปราสาทมี 3 วิธี ขีนรถม้า เดินขี้น บัสเล็ก..เราใช้ขี้นบัสเล็ก...วิวสวยงามมากมาย...ภายในปราสาทตกแต่งได้งดงามจริง ๆ แต่ห้ามถ่ายภาพ.....ได้เวลาอำลาจาก...นั่งรถไฟ...มาต่อที่ Marienplatz ......เดินชมสินค้าและอาคาร...โบสถ์....เป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่...ได้เวลาไปเก็บของที่ฝากไว้ที่พัก...นังรถไฟไปสนามบิน...เดินทางกลับ กทม...ด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพ...ความรู้สึก ดี ๆ ความเอื้ออาทร...ขอบคุณคุณนิต..และเพื่อน ๆ ที่ให้ความช่วยเหลือ...และรายละเอียด...ต่าง ๆ ที่อยู่ในปราก....ขอบคุณพี่แดง และ น้องโบว์...ที่ช่วยให้ภาระกิจนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี...ขอบคุณโชคชะตา...ที่ทำให้เรามารู้จักกันและร่วมเดินทางท่องเที่ยวไปด้วยกันค่ะ......สถานที่สวยงาม...ผู้คนน่ารัก..สิ่งเหล่านี้อยู่ในความทรงจำตลอดไป....


แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
ยุโรป...โรแมนติก..April 2009
โพสต์เมื่อ วันพฤหัสบดี ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556
เวลา 11:19
เข้าชม 1,932 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/ahGVN3