ลมหายใจไม่ท้อ...จีน..ธิเบต..เนปาล

โพสต์เมื่อ วันพฤหัสบดี ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 11:13 | เข้าชม 2,848 ครั้ง


ธิเบต...ดินแดนแห่งกงล้อมนตรา...อันศักดิ์สิทธฺ์...นั่งรถไฟบนเส้นทางที่สูงที่สุดในโลก....ดินแดนที่ธรรมชาติสรรสร้างเหมือนสวรรค์บนดิน.....ทริปนี้ทรหด...อดทนมากมาย....

 

ทริปนี้มีทั้งหมด 3 กลุ่มค่ะ โดยจะแยกกันไปเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ก่อน... และไปพบกันจุดสุดท้ายคืน ลาซา ...เพื่อรวมตัวกันเพราะ...จองทัวร์ที่นั่นไว้เรียบร้อยแล้ว...จำนวนทั้งหมด 22 คน ...กลุ่มที่ไปเที่ยวปักกิ่งมี 11 คน แล้วไปเจออีกกลุ่มที่ ซีอาน 5 คน ไปเจออีกกลุ่มที่ ลาซา 6 คน เราจะรวมเป็นกลุ่มใหญ่ เพื่อเข้า ลาซา ทั้งหมด 22 คน

 

วันที่ 1.....นั่งแอร์เอเซียไป KL ก่อนค่ะ....เข้าที่พักค่ำ............นอนที่ KL 1 คืน...ออกไปเดินเที่ยวเก็บภาพตอนกลางคืน

 

 

วันที่ 2 นั่งเครื่องจาก KL ไปเทียนจิน.....ต่อรถไฟ...ไปปักกิ่ง.....

 

 

 

เข้าที่พักค่ำ....แล้วเจออีกกลุ่มหนึ่งค่ะ...ออกไปดูบรรยกาศยามค่ำคืนในปักกิ่ง.....ทานเป็ดปักกิ่งที่ขึ้นชื่อ...แถวยาว...มากมาย....

 

 

ถนนคนเดิน...สินค้ามากมาย...กลับเข้าที่พักค่ะ......

 

วันที่ 3 ไปเที่ยว...กำแพงเมืองจีน....... กำแพงเมืองจีนเป็นเหมือนสุสานของผู้ก่อสร้างที่บันทึกไว้ว่า นักโทษจากสงครามและทาสกว่า 1 ล้านคนถูกใช้เป็นแรงงงานเพื่อก่อสร้างกำแพง.... ซึ่งเสียชีวิต...จากความเหน็ดเหนื่อย และความหิวโหย... ศพผู้เสียชีวิตก็จะถูกฝังอยู่ข้างใต้กำแพงนั่นเอง....กำแพงเมืองจีนจึงได้ชื่อว่าเป็นสุสานที่มีความยาวที่สุดในโลก เป็นที่กล่าวขานกันว่าทุกๆ หนึ่งฟุตของกำแพงเมืองจีนก็คือหนึ่งชีวิตของผู้ก่อสร้างกำแพง

 

 

วัดลามะ...ยงเหอกง....เดิมเคยเป็นตำหนักที่ประทับของจักรพรรดิหย่งเจิ้น..ตอนนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธนิกายมหายาน...........

 

 

พระราชวังฤดูร้อน....อี้เหอหยวน...เป็นที่โปรดปรานของพระนางซูสีไทเฮา...มากมาย....

 

เรือมังกร..ทะเลสาบคุณหมิง

 

 

เรือหินออ่อน......ภายในบริเวณนี้...มีสวนไม้ดอก...งดงามมาก.....

 

 

ได้เวลา....ก็ไปต่อกันที่...สนามกีฬาโอลิมปิค....(รังนก)

 

 

เดินเล่นกับบรรยากาศ...สบาย ๆ ...พอได้เวลาก็กลับ...ที่พักค่ะ...วันนี้....นอนบนรถไฟค่ะ...ไปลั่วหยาง.....

 

วันที่ 4 เที่ยว..สุสานเจ้ากวนอู...เข้าชมวัดเส้าหลิน....... ได้รับการกล่าวขานว่า...เป็นแหล่งวิชาการต่อสู้และศิลปะปป้องกันตัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน...ปัจจุบันมีหลวงจีนที่บวชเพื่อศึกษาธรรมะและฝึกกังฟูเป็นจำนวนมาก.. ..เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งในประเทศจีน.. รายล้อมด้วยป่าเจดีย์ซึ่งเป็นสุสานของอดีตเจ้าอาวาส..และหลวงจีน.. ซึ่งมีมาตั้งแต่ในยุคสมัยของ....ราชวงศ์ถัง....

 

 

 

ต่อกันที่....ถ้ำหลงเหมิน.... ถ้ำหินหลงเหมิน มีอายุราว 1,500 ปี สร้างในรัชสมัยเว่ยบูรณะ และต่อเติมยาวนานถึง 400 กว่าปีจนถึงยุคราชวงค์ถังและซ่ง มีความยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร ปัจจุบันยังคงหลงเหลือถ้ำผาแกะสลักอยู่จำนวน2,100 กว่าคูหา โพรงแท่นบูชา 2,345 ช่อง ศิลาจารึกสลักอักษรจีนและหมายเหตุบันทึกต่างๆ อีก 3,600 กว่าหลัก รวมถึงเจดีย์พุทธ 50 กว่าแห่ง พระพุทธรูปสลักมากกว่า 100,000 องค์ องค์ใหญ่สูงสุด 17 เมตร องค์เล็กสุดเพียงแค่ 2 ซ.ม......ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดก

โลกเมื่อปี พ.ศ. 2543 เป็นถ้ำหิน 1 ใน 3 ถ้ำใหญ่ ที่มีการแกะสลักของประเทศจีน......งดงามมากมาย.....

 

 

 

 

วันที่ 5 เที่ยวเขาหวงซาน.......(งานนี้คนแก่โดนหลอก..ให้ขึ้นบนจุดสูงสุด..อิ..อิ..คิดว่ายังไม่มีใครลงมา...สรุปมีอยู่ 2 คนที่ขึ้นถึงสุดยอด..แหมหลอกกันได้...)

 

 

เขาหวงซาน เดิมชื่อว่า "อีซัน" ต่อมาในสมัยราชวงศ์ถัง ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "หวงซัน" แปลว่า "ภูเขาเหลือง" ตามตำนานของกษัตริย์เหลืองที่มาประทับบนเขานี้ เพื่อบำเพ็ญตบะเพื่อเป็นเซียน

 

 

นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว หวงซาน ยังเป็นสถานที่พักผ่อน....ยังเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมความเชื่อของศาสนาลัทธิเต๋า และ พุทธ..ที่สำคัญอีกด้วย ......

 

 

คู่รักที่เดินทางมาที่เขาหวงซาน จะนำกุญแจมา เมื่อขึ้นถึงยอดเขาจะนำแม่กุญแจไปคล้องไว้กับโซ่บนยอดเขาแล้วโยนลูกกุญแจทิ้งลงเขาไป..เหมือนเป็นการให้สัญญา...ระหว่างกันว่า..ความรักของทั้งคู่จะไม่มีสิ่งใดมาพลัดพรากจากกัน...(เป็นความเชื่อค่ะ...) บนเขาจะมีกุญแจและผ้าแดงเต็มไปหมด......

 

 

ลงจากเขา...เข้าที่พัก....ที่ซีอาน......วันนี้...เจอเพื่อนอีก..กลุ่มค่ะที่นัดกันไว้...กลางคืนออกไปเดินเที่ยว...กันในตลาด...เหมือนตลาดนัด...บ้านเรา....

 

 

 

เดินจนรู้สึกเหนื่อย...กลับเข้าที่พัก....เก็บแรงเที่ยวต่อพรุ่งนี้ค่ะ.....

 

วันที่ 6 .....ออกจากที่พักกันแต่เช้า....ไปถ่ายภาพกันที่กำแพงเมือง

 

 

อากาศยามเช้า...ดีจริง ๆ .....สนุก...สนานกันมากมาย....

 

 

 

เราไปต่อกันที่.....พระราชวังหยางกุ้ยเฟย.....กล่าวกันว่า หยางกุ้ยเฟยเป็นสตรีที่มีความงามเป็นเลิศ ....ในรัชสมัยราชวงศ์ถัง ได้รับฉายานามว่า "มวลผกาละอายนาง'' คือ..."ความงามที่ทำให้แม้แต่มวลหมู่ดอกไม้ยังต้องละอาย"

 

 

 

.....สงสัยจะงามจริง ๆ แฮะ....เห็นบรรดาพวกหนุ่มน้อย..หนุ่มใหญ่...ชอบมาถ่ายรูปกับรูปปั้นกันมากมาย.....(ขนาดรูปปั้นนะเนี่ยยย)

 

 

 

ต่อ...กันที่ สุสานจิ๋นซี..ฮ่องเต้....ออกจากสุสาน....เรากลับเข้าที่พัก...เพื่อเตรียมตัว..ไปขึ้นรถไฟไปซีหนิง...คืนนี้...นอนกันบนรถไฟค่ะ.......

 

 

วันที่ 7 เราเที่ยววัดถ่าเอ๋อ...วัดนี้ตั้งอยู่ชานเมืองซีหนิง ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 25 กม ภายในวัดมีสิ่งปลูกสร้างเป็นสถาปัตยกรรมของชาวฮั่น และ ธิเบต รวมกัน

 

 

 

 

ภาพฝาผนังส่วนมากเป็นผ้าปักลายนูน และ ดอกไม้ เนย สีสันหรือฝีมือในการวาดภาพ ในวัดนี้ส่วนมากเป็นฝีมือของพระสงฆ์ในวัดเองทั้งนั้น

ส่วนดอกไม้ที่ทำจากเนยแข็งนั้น ช่วงฤดูหนาวของทุกปี พระสงฆ์ในวัด จะนำเนยมาผสมกับแป้งสาลี แล้วปั้นเป็น ดอกไม้ นก หรือคน ในท่าต่าง ๆ ตามเรื่องเล่าในนิทานพื้นบ้าน เทศกาลดอกไม้ เนยแข็งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวัน ขึ้น 15 ค่ำเดือน อ้าย ตามจันทรคติ ของจีน

ดอกไม้ที่ทำจากเนยแข็ง ก็จะค่อย ๆ ละลายพร้อมกับอากาศ ที่อุ่นขึ้น ของฤดูใบไม้ผลิ

เสียดาย ....ที่ข้างในห้ามถ่ายภาพ เลยเก็บได้แต่ภายนอก.......

 

 

เราไปต่อกันที่....มัสยิส..ตงกวน..อยู่ใจกลางเมืองซีหนิง.....เป็นมัสยิสที่เก่าแก่และมีชื่อเสียง...ตัวสุเหร่าสร้างตามแบบศิลปกรรมของชาวหุย....เป็นที่สอนศาสนาที่มีชื่อเสียงของประเทศจีน.....ด้านในห้ามถ่ายภาพ....................................

 

 

หลังจากที่เดินเล่นกัน...พอประมาณ...เราก็ให้รถไปส่งที่สถานีรถไฟ..ซีหนิง...เพื่อเดินทางต่อไปลาซา...ใช้เวลาเดินทาง 24 ชม.... หนึ่งคืน...หนึ่งวัน....บนรถไฟ.....

 

 

คืนนี้เราจะนอนกันบนรถไฟ...เส้นหลังคาโลก.....

 

วันที่ 8 วันนี้เราอยู่บนรถไฟทั้งวัน....ค่อยไต่ระดับความสูง 5000 เมตร (บนรถไฟจะมีท่ออ๊อกซิเจน)......วิวสองข้างทางประทับใจมาก..สบายมาก...แต่น้อง ๆบางคน ต้องใช้อ๊อกซิเย่นช่วย...อิอิ เรานั่งจิบน้ำร้อนไปเรื่อย ๆ ชมวิว.......................

 

 

 

 

เข้าถึง ลาซา ประมาณ....4 ทุ่ม...เข้าที่พักได้...ไม่มีแรงแม้แต่จะอาบน้ำ...ขี้นที่พักได้ก็หลับเลย....รู้สึกปวดหัว...มึนหัวนิดหน่อย.....แต่รู้สึกว่าเหนื่อย...ง่ายมาก...เอาแล้วเราภาวนา...อย่าเป็นอะไรเลยยยย

 

 

วันที่ 9 ตื่นเช้ารู้สึกเหมือนไม่ได้นอนทั้งคืน....อ่อนเพลีย...มากมายมีคนบอกว่าถ้าไม่ทานกาแฟได้จะดีมาก...เช้านี้เลยลองไม่ทานกาแฟดูที่ไหนได้เกือบตาย....ทั้งมึน...ทั้งเวียน...แต่ก็แข็งใจเราจะไม่ยอมอยู่ที่พักคนเดียวแน่นอน...ยังไงก็นอนในรถก็ได้...วันนี้....เขาชมพระราชวังโปตาลา...ว้าวว...ใหญ่โตมากมาย..คนรอเข้าคิวยาวมากกก...ถึงมากที่สุด....รอกันอยู่เกือบ 1 ชั่วโมงก็ได้เข้าชม.......

 

 

สวยงาม..อลังการ...มาก มีห้องมากกว่า 1000 ห้อง เป็นศิลปสุดยอดฝีมือของธิเบต... พระราชวังชั้นนอกเรียกว่า วังขาว เพราะทาสีขาว สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1648 ขณะที่พระราชวังชั้นในเรียกว่า วังแดง ตามผนังที่ทาสีแดง ลักษณะเด่นของพระราชวังโปตาลา.... คือ ระเบียงที่มีภาพเขียนสีเรียงรายสวยงามมาก... มีห้องสวดมนต์ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ...ด้านในห้ามถ่ายภาพ...ค่ะ....

 

 

ปัจจุบัน.....พระราชวังโปตาลา...กลายเป็นพิพิธภัณฑ์และสถานสักการะ...วังขาว เป็นที่อยู่อาศัยของพระ รวมถึงโรงเรียน และโรงพิมพ์.... วังแดง... เป็นที่สำหรับปฏิบัติกิจของสงฆ์ และเป็นที่ตั้งของสถูปทองซึ่งบรรจุพระศพขององค์ดาไลลามะในอดีต รวมถึงห้องสมุดที่ใช้เก็บพระไตรปิฏก....

 

 

กลุ่มโบราณสถานพระราชวังโปตาลา ได้รับคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี ค.ศ. 1994....ตอนที่เดินเข้าไปภายใน...อาการที่เป็นอยู๋..หายเป็นปลิดทิ้ง...ออกมา....ด้านนอก..มันก็กำเริบอีก.....ไปทานอาหารเที่ยง....ทุกอย่างที่ทาน...ออกหมด...ค่ะ...หัวใจที่เข้มแข็งก็ได้แต่สงสาร..ร่างกาย...(ฉันจะพักจ๊ะ...ฉันจะไม่ทรมานเธออีกแล้ว)....

 

 

เราไปต่อกันที่...วัดเซรา.....หนทางอีกยาวไกล...ขอพักรอในรถ...ฝากกล้องให้น้องไปถ่ายภาพให้.....น้องที่ไปด้วยก็ช่างดีใจหายซื้อส้มจากข้างทางมาให้ทาน...ก่อนจะเข้าวัด.....คนขับรถก็น่ารัก....ช่วยปรับเบาะเก้าอี้ให้เป็นอย่างดี...ให้เราได้พักผ่อน...ซึ้งในน้ำใจมากมาย.... หลับได้สบายตื่นมารู้สึกสดชื่นจริง ๆ......

 

 

 

วัดเซรา...ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของกรุงลาซา มีพระอยู่ประจำมากกว่า 5,000-6,000 รูป มีวิทยาลัยใหญ่ 3 แห่งตั้งอยู่ในวัด เพื่อเป็นที่สำหรับสอบระดับเกเช่ และ...เป็นที่เก็บสมบัติล้ำค่าทางพุทธศาสนา.... พระคัมภีร์ที่เขียนด้วยหมึกสีทอง พระพุทธรูปที่ทำจากอัญมณีและหล่อจากทองเหลือง...ที่เป็นศิลปะแบบทิเบตและศิลปะแบบอินเดีย....พระสงฆ์ใหญ่น้อยถกธรรมะ หรือ ปุจฉาและวิสัชนาหลักธรรม.... ให้เห็นกันเป็นปกติ วิธีการยกปุจฉาและวิสัชนาหลักธรรม...เป็นไปอย่างเผ็ดร้อน มีการส่งเสียงเรียกโหวกเหวกเหมือนทะเลาะกัน และยังมีการชี้หน้า ตบไม้ตบมือเหมือนจะชกกัน.....เราไปต่อที่วัดโจคัง....

 

 

 

ตอนนี้ร่างกายเริ่มฟื้นตัวแล้ว...ไปต่อได้สบายมาก.....วัดนี้ถือเป็นสถานที่สำคัญที่สุดและศักดิ์สิทธิ์ที่สุด...ของชาวธิเบต..ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวธิเบตทั้งมวล..เพราะเมื่อมีพิธีถือศีลกันพระลามะจำนวนมากก็จะเดินทางมารวมกันทำพิธีที่นี่

 

 

.....เดินต่อในตลาดแปดเหลี่ยม.....แหล่งช๊อปปื้ง...กลับเข้าที่พักค่ะ...

 

วันที่ 10 ของการเดินทาง...ไปวัดการ์เดน.....

 

 

เป็นวัดแห่งแรกในนิกายหมวกเหลือง...การเดนหมายถึงมีความสุขในภาษาธิเบต....ด้านในเป็นที่ประทับของพระศรีอริยะเมตไตรย..(พระพุทธเจ้าในอตาคต)......ไปต่อกันที่...วัดเดรปุง...

 

 

อารามนี้..ก่อสร้างโดย..ดาไลลามะองค์ที่ 3 เชื่อว่าเป็นอารามที่ใหญ่ที่สุดในโลก...ในอดีตเคยมีลามะอยู่ร่วมกันเป็นหมื่นองค์...เคยเป็นที่พำนักขององค์ดาไลลามะ...ก่อนที่พระตำหนักโปตาลาจะสร้างเสร็จสมบูรณ์...(ในช่วงดาไลลามะองค์ที่ 5 ) ด้านในมีสถูปพระศพขององค์ดาไลลามะองค์ที่ 2 และ 4 ตั้งอยู่ในอารามนี้......เดินชมวิถีความเป็นอยู่ของชนชาวธิเบต.......ไปต่อกันที่พระราชวังนอร์บูลิงคา....

 

 

 

 

นอร์บูลิงคา แปลว่า สวนอัญมณี....สร้างในสมัยดาไลลามะองค์ที่ 7 พระราชวังแห่งนี้ทั้งหมด 370 ห้อง...องค์ดาไลลามะองค์ที่ 14 ยังมาประทับอยู่ก่อนลีัภัยไปอยู่ อินเดีย....

 

วันที่ 11 ของการเดินทาง...เราไปทะเลสาปนัมโซะ...

 

 

ทะเลสาบนัมโซะ..เปรียบดังอัญมณีสีฟ้าแห่งที่ราบสูง...อยู่ที่ความสูง 4,718 เมตรจากระดับน้ำทะเล...เป็นทะเลสาปน้ำเค็มที่ใหญ่อันดับ 2 ของประเทศจีน....นัมโซะกลายเป็นแหล่งอุปโภค..บริโภค...ที่สำคัญของชนเผ่าเร่ร่อน..พื้นเมืองของธิเบต...ตอนที่ไป..น้ำในทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง...ค่ะ...ทุกคน..หลั่นล้า...สนุกมากมาย....

 

 

สำนักสงฆ์...ตาชิดอร์...

 

 

สำนักสงฆ์..ตั้งอยู่ริมทะเลสาบนัมโซะ....ถือเป็นสำนักสงฆ์ที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับที่อื่น...

 

 

น้ำสวย...ยัมดรก...

 

 

เป็น 1 ใน 3 ทะเลสาบสวรรค์ของธิเบต...ความสูงอยู่ที่ 4,641 เมตรจากระดับน้ำทะเล...น้ำใสจนเห็นภาพสะท้อนภูเขา..ท้องฟ้า.. เมฆ..อย่างชัดเจน...สีของน้ำออกสีเขียวอมฟ้า..จนได้รับฉายาว่า..ทะเลสาบเทอร์ควอย์...งดงามจริง ๆ .......มองไปทางไหนเห็นแต่คนกดชัตเตอร์กันวุ่นวายไปหมด......

 

เดินทางถึงเมืองกังสเต.....

 

 

เมืองกังสเต....เป็นเมืองสำคัญบนเส้นทางการค้า...ไม้..และ..ขนสัตว์ระหว่างธิเบต และ อินเดีย...เมืองนี้เคยเป็นสถานที่..ที่ทหารธิเบต...ต้านทานกองกำลังทหารอังกฤษ...การต่อสู้ของทหารธิเบต มีเพียงดาบและทังก้า..ที่ห้อยอยู่นี่หน้าอก....

 

 

วัดเพลกอร์.....

 

เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์..และสถาปัตยกรรม...ที่ชาวธิเบตภาคภูมิใจ...คือเจดีย์เจียนเซ่ คุมบุน...ตรงกลางของสถูปเป็นสัญลักษณ์แทนทางอันศักดิ์สิทธิ์...ที่จะนำไปสู่การปลดปล่อยทางวิญญาณ........

 

วันที่ 12 ของการเดินทาง......วัดทาชิลุนโป...

 

 

เป็นวัดสำคัญของนิกายหมวกเหลือง...เป็นสถานที่พำนักของปัญเชนลามะผู้ที่เป็นอาจารย์ขององค์ดาไลลามะ...สร้างในสมัย ค.ศ 1447 โดยซองฆาปา... ด้านในประดิษฐานพระอริยเมตไตร (พระพุทธเจ้าในอนาคต)...ขนาดใหญ่สูง 26 เมตร.....

 

 

สำนักสงฆ์ ศากยะ (Sakya Monastery)

 

 

เข้ามาด้านในจะพบลานกลางเป็นพื้นที่ใช้สอยหลัก..ของสำนักสงฆ์ห้อมล้อมด้วยวิหารต่าง ๆ ที่โดดเด่นภายในมีเสาขนาดใหญ่จำนวน 40 ต้น...เสาหลัก 4 ต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางต้นละ 1.2 เมตร.. ฝาผนังแต่ละด้านตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรม..บอกเล่าเรื่องราวของเสาแต่ละต้น......

 

 

เข้าที่พัก..ระหว่างทาง.....

 

 

วันที่ 13 ของการเดินทาง....สัมผัส..เอเวอร์เรส..

 

 

 

การเดินทางเพื่อชมความงามของ...เอเวอร์เรส์...โชคดีค่ะ...รถเสียกลางเขา..เลย...ทุกคนเริ่มเซ็ง...กว่าจะเปลี่ยนยาง...เอายางลงมาปะ...เสียตอนไหนก็ไม่เสีย...มาเสียตอนนี้....ฟ้าตอนนี้สวยมาก..ไม่มีเมฆเลย....มาถึงเอเวอร์เอาเกือบ บ่าย 3 โมงเย็น....(เซ็งสุด ๆ )

 

 

 

เราอยู่ที่ความสูง 5,200 เมตร... Everest Base Camp....เป็นที่ตั้งแคมป์พักแรมเชิงเขา....สิ่งปลูกสร้างถาวรในบริเวณนี้มีอยู่ไม่มากนักจะมีเต็นท์น้ำชาที่คอยบรรเทาความหนาว..ให้ผู้มาตั้งแคมป์...ชุดชมวิวบนเนิน...มีธงมนต์หลากสีระโยงระยาง...เป็นภาพที่ยากจะลืมเลือน.......เพราะสภาพร่างกายของแต่ละคนไม่พร้อมเราจึงต้องจำลาจากแคมป์ไม่นอนด้านล่าง...ในหมู่บ้านทางผ่าน....(มีน้อง..ที่ไปด้วย..แจ๊คพอร์ตค่ะ..ออกอีสุกอีใส...น่าสงสารมาก...ออกตอนไหนก็ไม่ออกนะ...อิอิ ทรมานทั้งอากาศ...ทั้งร่างกาย...)

 

 

ที่พักระหว่างทาง...ภายในเราจะขึ้นหรือลงก็ต้องเข้าคิว...เพราะได้ทีละคน....(ดี..เป็นระเบียบดี..ไม่ต้องแย่งกัน...)....ภายในที่พัก...ห้องนอน..ดูอบอุ่นดี..ผ้าห่มที่นี่อุ่นมากมาย...แม้จะมีกลิ่นหน่อย ๆ ....หลับเพราะความเหนื่อย...ตื่นมามีอ่างไว้ล้างหน้าด้วย..ไฮเทค...สุด ๆ..อิอิ...เสียดายลืมถ่ายภาพห้องน้ำให้ชม...(คิดเอาเอง)

 

วันที่ 14 ของการเดินทาง....เข้าสู่ชายแดนจีน..เนปาล..

 

 

 

สองข้างทาง...มีแต่เขากับเขา...สวยงามมากมาย...ลงถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน...เพราะทุกคนร่างกายกลับเข้าสู่สภาพปกติ...ขอถ่ายรูปกับไกด์คนธิเบตหน่อยละกัน.....(ไกด์คนนี้รู้สึกจะถูกใจใครบางคนในกลุ่มไม่รู้...อิอิ..คิดเอาเอง)

 

 

ได้เวลาแวะทานอาหารกัน.....กลางร้านนี้จะมีกาต้มน้ำขนาดใหญ่...จะต้มน้ำไว้ตลอดเวลา...ให้นักท่องเที่ยวที่แวะมาได้มีน้ำร้อนไว้แก้หนาว......

 

 

แวะพักรถ...ระหว่างทาง...เลยลงมาเดินถ่ายภาพกัน...ใกล้ชายแดนเนปาลมากแล้ว...ภูเขาเริ่มมีต้นไม้...มีน้ำตก.....

 

 

ถึงชายแดนระหว่างจีนกับเนปาล...คืนนี้เราพักที่นี่....เมื่อเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย...ออกมาเดินหาอาหารเย็นทาน.....พอทุ่มกว่าร้านรวงที่นี่ก็ปิดเงียบ...กลับเข้าที่พัก...

 

วันที่ 15 ของการเดินทาง.....เข้าสู่ดินแดนเนปาล...กาฐมาณฑุ..

 

 

ผ่านด่านชายแดนจีน เดินข้ามสะพาน เข้าสู่ชายแดนเนปาล..ผ่าน ตรวจคนเข้าเมืองเนปาล...มีรถมารับที่ชายแดน...ระหว่างทางเขียวชอุ่มด้วยต้นไม้บนภูเขา...แวะระหว่างทางซื้ออาหารทาน..มื้อนี้ทานบนรถ.....เดินทางต่อ....

 

 

วิว...ระหว่างทาง...รถจอดให้ลงมาถ่ายภาพ...อากาศร้อน..ถึงร้อนที่สุด...

 

 

ก่อนเข้า กาฐมาณฑุ ประมาณ 10 กม...รถเสีย..ทุกคนเริ่มเซ็ง...แต่เซ็งอย่างไร...ก็ต้องสามัคคีกันไว้ก่อน...ช่วยกันค่ะ...แต่แล้วก็ต้องเรียกรถคนใหม่มารับ....

 

 

 

เดินทางถึงกาฐมาณฑุ เก็บของเข้าที่พัก...ออกมาชม เจดีย์สยมภูวนาท หรือ วัดลิง...สวยงามมากมาย...องค์เจดีย์จะมีรูปคิ้วและดวงตาอยู่รอบ....องค์สถูปครึ่งวงกลมสีขาว..เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุทั้งสี่...ดิน น้ำ ลม ไฟ...ปล้องไฉนสีทองมี 13 ชั้นเหนือองค์สถูป..เป็นสัญลักษณ์แทนระดับธรรม 13 ชั้น..ก่อนบรรลุพระนิพพาน.....เดินถ่ายภาพกันพักหนึ่ง...หาอาหารค่ำทาน..แล้วเข้าที่พัก......

 

วันที่ 16 ของการเดินทาง...สะพายกล้องเที่ยวโพครา....

 

 

วันนี้แยกกันเที่ยว...1กลุ่มกลับ..กทม..1 กลุ่มเที่ยวกาฐมาณฑุ.. 1กลุ่มเทียวอุทยานแห่งชาติจิตวัน.. 1 กลุ่มเที่ยวโพครา...เราขึ้นเครื่องภายในประเทศมาโพครา...แต่โชคร้ายมาถึงฝนตกหนัก...จึงได้แค่เดินเที่ยวในเมืองโพครา..

 

 

ในที่พัก...กำลังขมักเขม้นในการดูที่จะไปเที่ยว....ในวันรุ่งขึ้น...ขอให้ฟ้าใสเถอะ...อิอิ...เพราะเรามีเวลาแค่ เช้า..ถึง..บ่าย..เราต้องกลับไปกาฐมาณฑุ..เครื่องออก 14.00 น...ลงมาทานข้าว...เดินดูของที่ระลึก...ร้านขายของในเมืองนี้ส่วนมากจะขายอุปกรณ์การปีนเขาเพราะที่นี้เป็นจุดเริ่มต้น...การเดินขึ้นพิชิตยอดเขาทั้งหลาย...มีทั้งให้เช่า..และขาย...มากมาย..พร้อมกับเดินหารถ..ที่จะพาเราเที่ยว....

 

วันที่ 17 ของการเดินทาง......โพครา...กาฐมาณฑุ

 

 

นัดรถมารับตอน..ตีสี่..ขึ้นเขาสรังก๊อต..ดูพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมดูยอดเขา..มัจฉาปูชเร...แต่ฟ้าปิด..หมอกเยอะมองไม่เห็น...เลยได้เห็นทะเลหมอก...แทน....

 

 

แม่น้ำเซติ....น้ำที่ไหลมาจะเหมือนสีน้ำนม... วัดบินดาบาซินี...

 

 

น้ำตกเดวี...ถ้ำพระศิวะ...ภายในถ้าจะมีรปปั้นพระศิวะองค์ใหญ่....

 

 

 

ย่านเมืองเก่า......เดินเล่นทะเลสาบเฟวา.....ขึ้นเครื่องกลับกาฐมาณฑุ..เที่ยวต่อที่.....

 

 

 

ปักตะปูร์...เมืองแห่งผู้มีจิตศัทธา...เสน่ห์ของเมืองคือ..ชีวิตของชาวบ้านอาศัยอยู่รวมกับอาณาจักรโบราณอย่างกลมกลืน.....วิหารและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ มีการแกะสลักได้งดงามและสมบูรณ์ที่สุดในโลก...ตกแต่งลวดลายของเหล่าเทพและอสูรต่าง ๆ ไว้อย่างปราณีต...งดงามจริง ๆ ...

 

 

Changunarayan.....วัดแห่งเทพวิษณุ....ด้านหน้าวัดจะเป็นที่ตั้งของหลักศิลาจารึกที่เก่าแก่ที่สุด..ด้านข้างของศิลาเป็นรูปครุฑพาหนะของเทพวิษณุ...งานชิ้นเอกแทนองค์เทพวิษณุคือ...เทวรูปพระวิษณุในอวตารนรสิงห์ซึ่งมีเศียรเป็นสิงห์ในท่าพิชิตกษัตร์ยแห่งหมู่มาร....เทวรูปพระวิษณุสิบเศียรสิบกร...พระวิษณุวิกรานทะซึ่งมีร่างเป็นคนแคระหกกร.......กลับเข้าที่พักย่านทาเมล....

 

วันที่ 18 ของการเดินทาง....ปาตัน...โพธินาท...ทาเมล

 

 

ปะฎัน..หรือเมืองแห่งความงาม...เมืองแห่งศิลปะ...มีชื่อเสียงทางศูนย์กลางงานหัตถศิลปของชาวธิเบตอพยพ.....เป็นนครโบราณหรือพิพิธภัณฑ์ที่ยังมีชีวิต....ในเมืองเต็มไปด้วยวัดทางศาสนาฮินดูและสิ่งปลูกสร้างในพุทธศาสนา...ใจกลางของเมืองจะมี...พระราชวังโบราณ...วัด...พิพิธภัณฑ์...โบสถ์ที่เก่าแก่..มีชื่อเสียงในด้านแกะสลักที่ปราณีตงดงาม...โดยรอบจะเป็นบ้านเรือนประชาชนที่แกะสลักบานประตูและหน้าต่างอย่างสวยงาม.....เราเดินถ่ายภาพกันเพลิดเพลินมากมาย...ได้เวลาก็ต้องอำลา..ไปต่อที่......

 

 

มหาเจดีย์โพธินาถ...สถูปที่ใหญ่ที่สุดของเนปาล....รอบองค์สถูปจะเป็นที่ตั้งชุมชนชาวธิเบตที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล...มีภาพดวงตาเห็นธรรมสีแดง เหลือ และน้ำเงิน....รอบขององค์พระสถูปจะมีพระพุทธรูป 108 องค์.. ซุ้มคูหา 147 คูหาภายในคูหาเป็นที่ตั้งกงล้อภาวนา......สวยงามมากมาย......กลับมาย่านทาเมลเพื่อมาเดินดูสินค้าของฝากมากมาย...วันนี้กลุ่มที่แยกไปเที่ยวกลับมาเจอกันเพื่อจะกลับ...กทม..พร้อมกัน...

 

วันที่ 19 ของการเดินทาง...กลับ..กทม...โดยสวัสดิภาพ.....

 

 

ขึ้นเครื่องได้นั่งฝั่งซ้าย..ยังได้เก็บภาพเทือกเขา...เอเวอร์เรส...และเทือกเขาต่าง ๆ ค่ะ..."เหมือน..เธอจะบอกว่าให้กลับมาเที่ยวใหม่."...ดีใจมากค่ะ....ฟ้าเปิดสวยงามมาก...มันเป็นภาพทียากจะลืมจริง ๆ ทริปนี้ก็จบลงด้วยความสุขที่มีอยู่ในหัวใจ...ความลำบาก..ความทรมานของอากาศ...ห้องน้ำที่กว้างที่สุดในโลก...มิตรภาพใหม่ที่ทุกคนหยิบยื่นให้กัน...รอยยิ้มของคนในท้องถิ่น..ความอบอุ่นจากผ้าห่มขนจามรีในเวลาที่หนาวสุดขั้วหัวใจ......ความห่วงใย..ความห่วงหาอาทรซึ่งกันและกัน.....ความสามัคคี....ขอบคุณ..พี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ ทุกคน..นะค๊ะ มันจะเป็นความทรงจำที่ดีที่สุด...^-^


แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
ลมหายใจไม่ท้อ...จีน..ธิเบต..เนปาล
โพสต์เมื่อ วันพฤหัสบดี ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556
เวลา 11:13
เข้าชม 2,848 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/S1cC78